เกี่ยวกับ WhatsApp และการเลือกตั้ง

ในฐานะผู้ให้บริการรับส่งข้อความส่วนบุคคลซึ่งมุ่งมั่นสนับสนุนให้ผู้คนแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ เราตระหนักดีว่าสถาบันในระบอบประชาธิปไตยปกป้องสิทธิ์นี้ เรายังคงมุ่งมั่นแก้ปัญหาการใช้งานที่ไม่เหมาะสมไปพร้อมกับการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ อีกทั้งยังมีทีมงานเฉพาะทางที่คอยป้องกันการใช้งานที่ไม่เหมาะสม โดยเน้นสามแนวทางดังต่อไปนี้เป็นพิเศษ
  1. การรักษาความเป็นส่วนตัวตามคุณสมบัติพื้นฐานของ WhatsApp
  2. การป้องกันการใช้งาน WhatsApp ผิดวัตถุประสงค์
  3. การส่งเสริมให้ผู้ใช้รับมือกับการให้ข้อมูลผิด
WhatsApp ดำเนินงานต่างจากโซเชียลมีเดียในรูปแบบสาธารณะอื่นๆ ดังนั้นเราจึงพัฒนาแนวทางภายใต้บริบทของบริการรับส่งข้อความส่วนบุคคล กล่าวคือ บริการของเราไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเป็นแพลตฟอร์มสำหรับขยายกลุ่มเป้าหมาย ไม่ได้ใช้อัลกอริทึมเพื่อจัดลำดับการรับข้อความของผู้ใช้ และไม่มีฟีเจอร์ค้นหาหรือค้นพบในแอปสำหรับผู้คนหรือกลุ่มที่ยังไม่ได้เชื่อมต่อกัน ผู้คนมักจะใช้ WhatsApp เพื่อสื่อสารกับคนที่รู้จักอยู่แล้ว ซึ่งคุณจำเป็นต้องมีหมายเลขโทรศัพท์เพื่อติดต่อกับผู้คนเหล่านั้น ข้อความส่วนใหญ่ที่ส่งผ่าน WhatsApp เป็นข้อความส่วนตัวหรือการสนทนาตัวต่อตัว
การรักษาความเป็นส่วนตัวตามคุณสมบัติพื้นฐานบริการของเรา
การเข้ารหัสจากต้นทางถึงปลายทาง: WhatsApp มีการเข้ารหัสจากต้นทางถึงปลายทางเป็นค่าเริ่มต้นเพื่อปกป้องการสนทนาของผู้ใช้จากแฮ็กเกอร์ อาชญากร และภัยคุกคามทางไซเบอร์อื่นๆ ซึ่งหมายความว่าไม่มีใครสามารถอ่านหรือฟังข้อความของคุณได้ แม้แต่ WhatsApp เอง ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลือกตั้งกล่าวไว้ว่าการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องข้อความของประชาชน รวมถึงสุนทรพจน์ทางการเมือง การปราศรัยและการหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ขีดจำกัดในการส่งต่อ: เรากำหนดขีดจำกัดในการส่งต่อข้อความไว้ที่ 5 แชทต่อครั้ง WhatsApp เป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่บริษัทด้านเทคโนโลยีที่ตั้งใจจะจำกัดการแชร์ การจำกัดนี้ได้ลดปริมาณข้อความส่งต่อผ่าน WhatsApp ได้มากกว่า 25%
ขีดจำกัดเพิ่มเติมสำหรับข้อความไวรัล: เรากำหนดขีดจำกัดเพิ่มเติมสำหรับการส่งต่อข้อความที่ได้รับการส่งต่อแล้วหลายครั้ง ข้อความเหล่านี้มีป้ายกำกับด้วยลูกศรคู่
เพื่อแสดงให้เห็นว่าข้อความดังกล่าวไม่ได้เขียนขึ้นโดยผู้ติดต่อคนสนิท และสามารถส่งต่อได้เพียงครั้งละหนึ่งแชทเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้ลดปริมาณข้อความประเภทนี้ได้มากกว่า 70%
การป้องกันการใช้งานผิดวัตถุประสงค์
ระงับการส่งข้อความจำนวนมาก: WhatsApp มีเทคโนโลยีการตรวจจับสแปมที่ดีที่สุดและทำงานตลอดเวลา เพื่อคอยสอดส่องบัญชีที่มีส่วนร่วมกับการดำเนินการที่ผิดปกติ และป้องกันไม่ให้บัญชีดังกล่าวเผยแพร่สแปมหรือข้อมูลที่ผิด เราเผยแพร่เอกสารข้อมูลเพื่ออธิบายโดยละเอียดถึงวิธีที่ WhatsApp จัดการกับการใช้งานที่ไม่เหมาะสม เราระงับการใช้งานบัญชีกว่า 8 ล้านบัญชีต่อเดือน โดย 75% ของบัญชีดังกล่าวยังไม่มีการรายงานจากผู้ใช้เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งหมายความว่าระบบอัตโนมัติของเราหยุดการใช้งานที่ไม่เหมาะสมก่อนที่ผู้ใช้จะรายงาน
ป้องกันการใช้งานกลุ่มอย่างไม่เหมาะสม: เราพัฒนาการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจว่าใครสามารถเพิ่มตนเองเข้ากลุ่มได้ ซึ่งได้แก่ ทุกคน เฉพาะผู้ติดต่อเท่านั้น หรือเฉพาะผู้ติดต่อบางรายตามดุลยพินิจของผู้ใช้เอง การเปลี่ยนแปลงนี้ป้องกันการเพิ่มผู้ใช้เข้ากลุ่มที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งอาจสร้างขึ้นเพื่อส่งเนื้อหาในปริมาณมาก และช่วยให้ผู้ใช้มีตัวเลือกในการควบคุมมากขึ้น เราใช้แมชชีนเลิร์นนิ่งเพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีสร้างกลุ่มจำนวนมากเพื่อส่งข้อความถึงผู้ใช้
การใช้งานทางการเมือง: พรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ส่งข้อความ WhatsApp ถึงผู้ใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตอาจถูกระงับการใช้งานบัญชีได้ ในขณะนี้ผู้สมัครรับเลือกตั้งและทีมหาเสียงเลือกตั้งไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้แพลตฟอร์ม WhatsApp Business นอกจากนี้ WhatsApp ยังมีส่วนร่วมกับหน่วยงานทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งครั้งสำคัญเพื่อเน้นย้ำถึงวิธีการด้านความปลอดภัยและความสำคัญของการใช้งาน WhatsApp อย่างมีความรับผิดชอบ
การส่งเสริมให้ผู้ใช้จัดการกับการให้ข้อมูลผิด
ป้ายข้อความส่งต่อ: WhatsApp จะแสดงป้ายสำหรับข้อความส่งต่อและข้อความที่ได้รับการส่งต่อหลายครั้ง ตัวบ่งชี้เหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้ทราบว่าข้อความที่ได้รับไม่ใช่ข้อความที่สร้างขึ้นโดยบุคคลที่ส่งข้อความ ซึ่งอาจเป็นแหล่งที่ให้ข้อมูลผิด
ฟีเจอร์บล็อคและรายงาน: WhatsApp มีวิธีที่ง่ายเพื่อให้ผู้ใช้บล็อคบัญชีและส่งรายงานให้กับ WhatsApp หากผู้ใช้พบข้อความที่มีปัญหา ซึ่งต่างจาก SMS แบบเดิม แม้ว่าเราจะระงับการใช้งานบัญชีที่มีการใช้งานที่ไม่เหมาะสมส่วนใหญ่ด้วยการตรวจจับอัตโนมัติอยู่แล้วก็ตาม การรายงานยังช่วยให้เราระบุได้ว่าบัญชีใดบัญชีหนึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งข้อความจำนวนมากหรือการใช้งานผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ และช่วยให้เราทำการตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้ เราประกาศฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวเพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้ รวมถึงความสามารถในการออกจากกลุ่ม WhatsApp อย่างเงียบๆ โดยไม่มีการแจ้งเตือนทุกคนในกลุ่ม
ฟีเจอร์ค้นหาในเว็บ: WhatsApp มีวิธีง่ายๆ ในการตรวจสอบข้อความที่มีการส่งต่อหลายครั้ง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ดูข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาที่ได้รับในแหล่งข่าวหรือแหล่งข้อมูลอื่นๆ ฟีเจอร์นี้ทำงานโดยการอนุญาตให้ผู้ใช้แตะที่แว่นขยายเพื่ออัปโหลดข้อความดังกล่าวผ่านเบราว์เซอร์
ความช่วยเหลือด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริง: เราร่วมมือกับเครือข่ายการตรวจสอบข้อเท็จจริงสากลเพื่อสร้างเครื่องมือตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้รับการรับรองให้ใช้ใน WhatsApp ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้โดยตรงผ่านข้อความที่ได้รับการเข้ารหัสจากต้นทางถึงปลายทาง ด้วยความร่วมมือนี้ กว่า 50 องค์กรด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริงใช้ WhatsApp เพื่อช่วยเชื่อมต่อผู้ใช้กับข้อมูลที่เชื่อถือได้ และเรายังสนับสนุนองค์กรด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรดังกล่าวมีทรัพยากรที่จำเป็นในการต่อสู้กับการให้ข้อมูลผิด
แคมเปญและความร่วมมือด้านการให้ความรู้แก่สาธารณะ: เราสนับสนุนให้ผู้คนพิจารณาข้อความที่ได้รับ และตรวจสอบข้อเท็จจริงผ่านแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เชื่อถือได้ WhatsApp ได้เปิดตัวแคมเปญการให้ความรู้ในวงกว้างเพื่อช่วยแก้ปัญหาการให้ข้อมูลผิดในหลายประเทศ เช่น แคมเปญ "Share Joy, Not Rumours"
การลงทะเบียนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและข้อมูลการเลือกตั้ง: เราส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพลเมืองในการใช้สิทธิ์ในระบอบประชาธิปไตย ตัวอย่างเช่น บางประเทศกำหนดให้ประชาชนต้องลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าก่อนการเลือกตั้ง นั่นเป็นเหตุผลที่เรายังคงทำงานอย่างต่อเนื่องกับองค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริงในหลายประเทศก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้รับข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับวิธีการลงทะเบียนเลือกตั้งและสถานที่เลือกตั้ง
ข้อมูลนี้ตอบคำถามของคุณหรือไม่
ชอบ
ไม่ใช่